keeraty's profile°~´*`~°http://thebestboy...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    " My Phone in Thailand "

     You can call me during I'm staying in Thailand by 0066895331697
    Bye Harry

    " Go Home "

    ltu-plane.jpg picture by thebestboyintheworld

     
    13 มกรา ณ กรุงเบอลิน
     
    ตอนนี้อยู่เบอลิน บ้านอาต้อม (ผู้ดูแลนักเรียนประจำประเทศเยอรมนี)
    อาต้อมใจดีตามเคย ทำอาหารแสนอร่อยเลี้ยงเด็กน้อยกิ๊กก๊อกอย่างกีอีกแล้ว
    เริ่มด้วยวันศุกร์กับขนมจีนน้ำยา วันเสาร์ตอนเช้า ลาภปากกับข้าวต้มปลา
    ตอนเที่ยงมีผัดไทยใส่กุ้งตัวโต งานนี้มีพี่เดียร์ (กำลังทำดอกเตอร์เรื่องยาที่เบอลิน)
    มาของแจม ส่วนวันนี้ ก็คงหากินเองแหละ เกรงใจอา (นี้ขนาดเกรงใจ ยังเกลี้ยงจานนะ ฮ่า ๆ)
    วันนี้ก็เลยคิดว่า อัพสเปซซะหน่อย ให้รู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่ เห่อ ๆ
    เมื่อวานหลังกินข้าวเที่ยง (ปาเข้าไปเกือบบ่ายสี่โมงเย็น)
    ทุกคนก็แยกย้ายไปที่ต่าง ๆ อาต้อมกับสามีก็ไปงานเลี้ยง
    ส่วนเพื่อนที่จะกลับไทยอีกคนก็ไปหาซื้อของฝาก
    ส่วนเจ้ากีนะเหรอ ทายสิไปทำอะไร?
    กีก็หยัดกล้องใส่กระเป๋าสะพายข้าง คว้ากระเป๋าตังค์ แล้วก็ออกจากบ้านแต่ไม่รู้หรอกว่าจะไปไหน
     
    ถึงแม้จะมาเบอลินเป็นครั้งที่สามแล้ว
    แต่การเดินทางในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถราง รถใต้ดิน รถบัส รถลอยฟ้า และก็เดิน
    ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีประสบการณ์
    อันที่จริงมันก็ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำไป
    เพราะแต่ละที่ไกล ๆ กันทั้งนั้นเลย
    เมื่อตอนบ่ายคุยกับอาจารย์สุดที่รัก ท่านอยากได้ของที่ระลึกแบบเยอรมัน ๆ
    ไอ้เราก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสัญลักษณ์ของเยอรมัน ที่นึกได้ก็เบียร์กะไส้กรอก (เพราะกินบ่อย)
    ครั้นจะซื้อเบียร์ไปฝากก็ใช่ที่ เพราะท่านเป็นอาจารย์พระพุทธศาสนา ( เห่อ ๆ )

    ตกลงเลยไปหา Checkpoint Charlie ที่ ๆ เคยไปตอนมางานวันพ่อที่สถานทูตเมื่อสองปีก่อน
    จำได้ว่าที่นั่นเป็นที่ ๆ เคยมีกำแพงเบอลิน แต่ปัจจุบันเหลือแต่ป้ายอะไรก็ไม่รู้
    นั่งรถมั่ว ๆ อยู่ราวเกือบชั่วโมง บวกเดินอีกยี่สิบนาที กว่าจะหา Checkpoint Charlie เจอ
    ก็เดิน ๆ วนอยู่หลายร้านเหมือนกัน สุดท้ายได้รัฐสภาพของเยอรมันแบบจำลอง
    แถมด้วยปฏิทินฝากคุณลุงกะคุณป้าอีก
    จนลงอย่างเห็นได้ชัด งบประมาณผิดไปจากที่วางไว้หลายขุม
    กะกลับไปไฮโซที่ไทย สงสัยคงได้กินแต่ข้าวเหนียวกะแจ่วบองเหมือนเช่นก่อนมาเยอรมัน ฮ่า ๆ
     
    กลับไทยครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับจากมาเรียนที่เยอรมัน
    ใจหนึ่งก็อยากกลับ แต่อีกใจก็ขี้เกียจ ไม่ชอบเดินทางไกล ๆ รู้สึกเหนื่อย
    ปกติ ก็มีแต่เรียน ห้องนอน แล้วก็ซุปเปอร์มาเก็ต
    กลับไปก็จะไปลั่นล้ากะเพื่อนฝูง (ที่เหลืออยู่น้อยนิดที่ยังคบอยู่)
    หลังจากนั้นก็จะไปจำศีลที่บ้าน กลับสู่จุดกำเนิด
    ทำไงได้ มาเรียนเมืองนอก แต่ก็ยังเป็นเด็กบ้านนอกเหมือนเดิม
    ไม่เคยลืมตีนนะจะบอกให้ (เพราะไม่ใช่วัว)
     
    ฝากไปยังเพื่อน ๆ และน้อง ๆ แสนดีที่รัก
    ของฝากทั้งหลายที่พวกนายและเธอฝากกระผมซื้อ กรุณาชำระด้วยนะ บัตรเครดิตก็รับ
    ราคาอาจแพงกว่าที่คาดหวัง แต่อย่าตกใจไป
    เพราะกีรติ บวกค่าใช้จ่ายในการถ่อสังขารไปซื้อให้ บวกค่าจำใจในการรับปาก
    เห็นไหม แสนดีจริง ๆ น่าคบไว้นาน ๆ นะ ฮ่า ๆ
    ง่วงแล้วอ่ะ นี้กะว่าจะไปนอนบนเครื่องนะ
    เพราะอยากย่นระยะเวลาในการรอคอที่เครื่องจะถึงไทยให้เร็วขึ้น

    โอเช ๆ เห็นทีต้องไปงีบแล้ว ก่อนที่พรุ่งนี้จะไม่มีแรงลากกระเป๋าไปสนามบิน
    ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะกี
    ( เห่อ ๆ อวยพรให้ตัวเองก็ได้ว่ะ )
     
    ปล.กลับไทยแล้วจะมาอัพต่อคร้าบ บาย ๆ

    COMING SOON

     
     
    COMING SOON
     
    ปล.เนื่องด้วยกำลังจะเดินทางกลับไทยในวันที่ 13 มกราคมนี้
    เลยยังไม่มีอารมณ์มาอัพสปซ เด๋วไว้มีไอเดียใหม่ ๆ จะมาอัพ
     
    ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ (บอกตัวเอง) สาธุ ๆ
     
     
     

    " Happy New Year 2008 "

     
       

    Card0005.jpg picture by thebestboyintheworld

     
    สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑ , Happy New Year 2008 ! , Froh neu Jahr 2008 !
     
    .... ปีใหม่อีกแย้ว ....
     
         ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา วงจรชีวิตคนธรรมดา ๆ อย่างกี ก็หมุนไปตามปกติเช่นเดิม ในรอบหนึ่งปีที่กำลังจะผ่านไป มีอะไร ๆ มากมายที่เกิดขึ้นกับชีวิตมากเช่นกัน ได้ทุกข์ สุข เศร้า เหงา ท้อ ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ หัวเราะ หลากหลายอารมณ์ความรู้สึกได้ทำให้กี เข้าใจอะไร ๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้ได้ดีขึ้น
     
    เรื่องเศร้า ๆ
     - เลิกกันกะแฟน
     - แม่ขายบ้านใช้หนี้ (แล้วลูกจะไปอยู่ที่ไหนอ่ะ)
     - ไม่มีคนปลอบใจเวลามีปัญหา (เพราะดันเจือกมาเรียนเมืองนอกเอง)
     - ป้าเสีย
     - พ่อบอกว่า " พ่ออาจไม่ได้อยู่รอดูวันที่ลูกประสบความสำเร็จ "
     - ..........
     
    เรื่องที่มีความสุข
     - สอบเข้าเตรียมมหาลัยได้ (เย่ ๆ ไม่โดนส่งกลับ)
     - ได้เป็นที่รักของครอบครัวคนเยอรมันครอบครัวหนึ่ง
     - ได้เพื่อนใหม่ทางเนต เพราะทำสเปซนี่แหละ
     - ได้อะไรหลาย ๆ อย่างที่เคยอยากได้เมื่อสมัยเด็ก ๆ
     - มีคนเสียสละเวลามาอ่านสเปซกีนี่ไงหล่ะ ขอบคุณ ๆ คร้าบ
     - นอกจากไทยและอีสาน ก็มี Eng กะ Deutsch ที่พูดได้ (แค่พอรู้เรื่องนะ)
     - ..........
     
     
    .... อวยพร อวยพร ....
     
         ขอให้ทุกคนมีความสุขมั่ก ๆ นะคร้าบ ขอให้ร่ำ ๆ รวย ๆ ถูกหวยแล้วเอามาแบ่งกัน
    ประสมความสำเร็จในทุก ๆ อย่าง (ถ้าไม่โอเวอร์จนเกินไป) สาธุ ๆ เพี้ยง
     
    .... อวยพร อวยพร ( ให้ตัวเอง ) ....
     
         ขอให้เรียนจบ ( ขออย่างเดียวนี่แหละ ขอมากไปเด๋วไม่ได้ )
         ขอแฟน (อันนี้แล้วท่านจะเมตตาคร้าบ ผมไม่คาดหวัง เห่อ ๆ)
     
     
    ... ปล ส่งท้ายก่อนจบการอัพวันนี้ ....
     
    เนื่องด้วยความใจร้ายของผู้ให้บริการเนต (ฟรี) ของเมืองจะตัดเนตของกีแล้วในไม่ช้า เพราะกีใช้เนตเขาเกินไปเป็นรอบที่สามแล้ว ( ก็ให้มาแค่ 3 Gbye ต่อสัปดาห์ ใจร้ายมั่ก ๆ แต่ใจดีตรงที่มันฟรี และเร็วโคตร ๆ ) เขาบอกว่าจะยกเลิกเนต ไม่ให้ใช้แหละ ฮือ ๆ แย่จัง ก็เลยคงจะไม่ได้ทั้งออนเอ็ม และเล่นเนตแล้ว (เศร้า) มีอะไรก็ทิ้งข้อความไว้นะคร้าบ ถ้ามีเรื่องด่วนก็ติดต่อมาได้ แต่คงต้องขอตอบเป็นภาษาอังกฤษไป เพราะที่มหาลัยไม่มี ฟอนต์ภาษาไทยกะเจ่า ส่วนเพื่อนที่ไทย เด๋วขอกลับไปตั้งหลักก่อนที่บ้านแม่นะ เพราะอยากเจอพ่อกับแม่มาก ไม่ได้กตัญญูรู้คุณอะไรหรอก แค่คิดถึงพ่อกับแม่มากกว่าใคร ๆ ก็เท่านั้นเอง เห่อ ๆ แล้วถ้าจะเจอกัน ก็ค่อยนัดอีกทีนะคร้าบ กลับวันที่ 13 ถึง 14 มกรา ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ต้องมารับนะ เห่อ ๆ เพราะว่า ขอลั่นล้าคนเดียวก่อน ไม่อยากให้เจอสภาพโจรป่า ไว้ไปจัดการสารรูปตัวเองให้ดี ๆ ก่อน ค่อยเจอกัน เพราะอาจเข้าใจผิดว่าไปอยู่เมืองนอก หรือบ้านนอกมากันแน่ ฮ่า ๆ  คิดถึงเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนนะ
     
     
    ... ปล (อีกอัน) ...
     
    คริสต์มาสปีหน้า จะไม่บ้าอยู่คนเดียวอีกแล้ว เหงาจริง ๆ เพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันซะหลายประเทศ มีแต่ข้าพเจ้านี่แหละ เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ม่ะไปไหนกะเขาเลย เอาเถอะ ๆ ปีนี้ถือว่าประมาณการพลาด ก็กะว่าจะอยู่อ่านหนังสือสำหรับเตรียมสอบหลังปีใหม่ซะหน่อย เหตุไฉนไม่มีอารมณ์แตะหนังสือซะที นับจนถึงวันที่อัพสเปซ ก็ปาเข้าวันที่สี่แล้วที่ไม่ได้ย่างเท้าก้าวออกจากตึก อากาศติดลบสี่ กีผู้บอบบางคงไม่หาญกล้าออกไปเผชิญหน้ากับอากาศหนาวเย็นหรอก อยู่ห้องนอนฟังเพลงดีกว่า สบายอุรา ไม่ลำบากกายอีก ก็ขอให้พวกนายและเธอ ที่ทิ้งให้ข้าพเจ้าอยู่คนเดียว (คนอื่นชวนแล้ว แต่เจือกปฏิเสธเขาเอง) ขอให้เที่ยวให้สนุก ๆ นะ แล้วอย่าลืมเอารูปมาอวดด้วย ไม่งั้น มีงอน
     
    บาย ๆ
     
    กี
     
     

    " The lesson of Life "

     
     
    " The Lesson of Life part 1 "
      
     
    pic-in-blog-0001.jpg picture by thebestboyintheworld
     
    ปฐมบทเริ่มต้นขอเกริ่นนำ
     
    " คนเราเลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ "
                            " แต่จะมีสักกี่คนหละ ที่ยอมเดินตามความฝันของตัวเอง "
     
    กว่าจะมาเป็น " นทร.กีรติ " เช่นทุกวัน ชีวิตมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย
     
    หลายครั้งที่ท้อถอย เพราะบางทีปัญหาหลาย ๆ อย่างก็เข้ามาพร้อมกัน
    หลายครั้งก็ไม่อยากอยู่ต่อบนโลกใบนี้ เพราะเหมือนมีชีวิตท่ามกลางคนมากมาย แต่ไม่มีใครมองเห็นเรา
    หลายครั้งที่เจ็บ เสียใจ และต้องทนร้องไห้เพียงลำพังโดยไม่มีใครรับรู้
     
    แต่เมื่อย้อนกลับไปมองวันวานที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตในวันนี้มีความหมายมากขึ้น
     
    ชีวิตก็เหมือนคลื่นทะเล ไม่มีวันสงบได้ ตราบจนสิ้นลมหายใจ
     

     
    ผมเป็นใคร...?
     
    เป็นลูกคนสุดท้องของพ่อและแม่ เป็นคนหนองคายโดยกำเนิด เกิดในอำเภอเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า " โพนพิสัย "
    เรียนประถม มัธยม ที่จังหวัดหนองคาย ก่อนมาเรียนปริญญาตรีต่อที่ประเทศเยอรมนี
    เพื่อนเรียก " กี " ส่วน " แฮร์รี่ " คือชื่อที่พ่อเรียก
     
     
     
     
    " The Lesson of Life part 2 "
     
     
    pic-in-blog-0002.jpg picture by thebestboyintheworld
      
     " 3 + 17 "
     
    {ผู้ดูแลนักเรียน}
    ... ป้าตุ่ม อาน้อง อาไข่ ... 
     
    {นทร. ณ Dresden in Deutschland}
    .... กี กิ่ง เก๋ เก่ง เกด โม ปลั๊ก เอ็ม ซี ตูตู้ ชาช่า นันท์ นนท์ บิ๊ก เดียร์ ศรี อีฟ ...
     
     
    pic-in-blog-0003.jpg picture by thebestboyintheworld
     
     ใครจะคาดคิดว่าจู่ ๆ เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีชีวิตแสนธรรมดา ๆ จะได้กลายมาเป็นเด็กนอกในข้ามคืน
    แต่มันก็เป็นไปแล้วหละครับ
     
     
     
    ๑ ปีกว่า ๆ กับชีวิตที่ผ่านมาในต่างแดน
     
    ได้เที่ยว
     
    Dresden-Bielefeld-Berlin-Mannheim-Komstanz-Kiel-Ostsee-Bodensee-Freiburg-Goerliz-Koeln-Hamburg-Paris
     
     
    ได้ทำอะไรใหม่ ๆ  ได้อะไรใหม่ ๆ
     
    เล่นไอซ์สเก็ตครั้งแรก ซื้อเสื้อกันหนาวราคาเกินสามพันบาทตัวแรก ไปปารีสเป็นครั้งแรก ได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก(การบินไทยด้วย)
    ซื้อดิกชั่นนารี่ที่ราคาเกินสองพันเล่มแรก ได้กล้องตัวแรกในชีวิต มีคอมเป็นของตัวเอง โดนจับไปร่วมแสดงในคณะโชว์คาบอย
    ได้ฉลองคริสต์มาสครั้งแรกของชีวิตและในต่างแดน ได้นั่งรถยนต์ในต่างแดนเป็นครั้งแรก
    ได้นั่งรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกระหว่างน่องซี่ไปปารีส ได้โทรศัพท์ใหม่ไฮโซ (แต่ราคาถูกกว่าที่ไทยประมาณสิบเท่า)
     มีบัตรเครดิตเป็นของตัวเอง (แต่ไม่เคยรูด เพราะใช้ไม่เป็น)มีไมโครเวฟเป็นของตัวเอง (เครื่องประทังชีวิตชั้นยอด)
    ทำอาหารไทยได้มากกว่าไข่เจียวกะไข่ดาว ได้แว่นตาใหม่ ได้ดื่มวอสก้าเป็นครั้งแรก ต้องไปต่อวีซ่า ไปธนาคารด้วยตัวเอง 
    ทำซูชิเป็นครั้งแรก ไปสวิสครั้งแรก (แค่ขอบประเทศ)ได้ตกรถครั้งแรกในต่างแดนที่สตาร์ทบรู๊ก (เมืองที่ตั้งสหภาพอียู ในฝรั่งเศส)
     ได้เจอหิมะเป็นครั้งแรก ได้เจอคนทักทายโดยใช้แก้มชนเป็นครั้งแรกได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเยอรมัน (เหมือนเป็นลูกเขาไปแล้ว)
     ได้ฉลองงานวันเกิดที่ไม่มีคนไทยเลยสักคนเป็นครั้งแรก ได้ไปสวนสัตว์เปิดเป็นครั้งแรก (กลัวเสือที่นอนเดินไปเดินมามาก)
     ไปพบท่านเอกอัคราชทูตตัวจริง ๆ (ไม่อิงนิยาย) เป็นครั้งแรก ได้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในต่างแดนเป็นครั้งแรก
    ฯลฯ
     
     
     
    ได้เรียนรู้
     
    ...  ความรัก เราสามารถมอบให้คนอื่นได้ แต่อย่าไปหวังว่าจะได้มันคืนมา ...
    ...  การให้อภัย เป็นทางออกที่ดีสำหรับการอยู่ร่วมกัน ...
    ...  การเสียสละ บางทีก็อาจทำให้สถานการณ์บางอย่างดีขึ้น ...
     ... " ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน " ไม่ได้หมายถึงการเห็นแก่ตัวเสมอไป ...
    ... " ความเหงา " เป็นความรู้สึกต้องห้าม ...
    ... ความเกรงใจ ก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน ...
    ... อย่าไว้ใจอากาศที่สวยงามในตอนเช้า เพราะพายุอาจเข้ามาแทนในตอนเย็น ...
    ... หิมะ ไม่ได้สวยงามในยามที่ต้องรีบไปเรียนในตอนเช้า (หัวจะฟาดพื้นก็เพราะมันนี่แหละ)...
    ... ขนมปังกะแฮมหมู + กาแฟ / โกโก้ คืออาหารเช้ายาวไปถึงเที่ยงที่ดีที่สุด ...
    ... รู้แหละ ทำไมคนเยอรมันได้รางวัลโนเบลกันเยอะแยะ ...
    ... ความโง่ไม่ใช่สิ่งหน้าอาย แต่การแกล้งฉลาดโดยไม่รู้จริง ๆ เป็นสิ่งที่น่าเวทนายิ่งนัก ...
    ... เกรดที่นี่  ทำไมมันได้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก ...
    ... ไม่มีใครดูแลเราได้ตลอดเวลาเท่ากับเราเอง ...
    ... การตอแหลบ้างในบางเวลา จะช่วยนำพาชีวิตให้รอดในดินแดนแห่งนี้ ...
    ... ความอ่อนแอ เปรียบเหมือนมีดพก ที่อาจทิ่มแทนคนที่มีได้ทุกเมื่อ (อ่อนแอเมื่อไหร่ มีสิทธิ์ตายได้เมื่อนั้น)...
    ... ไมเกรน คือ โรคประจำตัวที่ขี้เกียจรักษาแหละ (เพราะเด๋วมันก็กลับมาเป็นอีก) ...
    ... การอ่านหนังสือเจ็ดเล่ม เพื่อให้เข้าใจโจทย์แค่ไม่ถึงเจ็ดบรรทัด เป็นสิ่งที่ต้องทำ ...
    ... หนังสือคณิตหรือฟิสิกส์ มักไม่มีเฉลยให้(กู)ได้อ่าน (แล้วจะเอาที่ไหนมาเข้าใจว่ะ) ...
    ... อาจารย์เยอรมันสามารถอธิบายเนื้อหาทั้งบทได้ในเวลาหนึ่งคาบ แต่นักศึกษาต่างชาติกลับต้องใช้เวลานับเดือนที่จะเข้าใจ ...
    ... ไม่มีที่ใดในเยอรมนี ที่เรียนอย่างสบาย ...
    ... ความขยัน + อดทน เหมือนจะเป็นคำตอบของการเรียนในเยอรมนี ...
     
     
     
     
     
    " The Lesson of Life part 3 "
     
    " ปีใหม่ ปีเก่า ปีไหน ๆ ก็ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้า สาธุ ฯ "
     
     
     
    สิ่งที่จะทำในปีหน้า 2008
     
    มกรา - กุมภา .....  กลับไทยไปลั่นล้า
    มีนา ..... ไปอีสเตอร์ที่ Bielefeld
    เมษา ..... ส่งใบสมัครสอบ Eignung Pruefung เริ่มเครียด
    พฤษา ..... ตระเวนสอบ วัดดวง
    มิถุนา ..... จำศีลเพื่อสอบจบเตรียมมหาลัย ตายกันไปข้าง
    กรกฎา ...หาที่ฝึกงาน
    สิงหา - กันยา ..... ฝึกงาน ฝึกงาน
    ตุลา ..... เปิดเรียน จำศีล
    พฤศจิก ..... เรียน เรียน เรียน
    ธันวา ..... ไปอิตาลี / ปารีส / สวิส / อยู่บ้าน
     
     
    Sleepy ... จบแล้วครับ ... Nerd
     
     

    " หนึ่งปี กับคำว่า เด็กนอก ในเยอรมนี "

     
    หนึ่งปี(กว่า ๆ ) กับการเป็น " เด็กนอก "
     
    ฟังจากหลายคนมามากมายว่าการไปเป็นนอกมันได้อะไรมากกว่าที่คิด
    ฟังไปก็งั้น ๆ ไม่มาเจอกับตัวเอง ความเข้าใจก็คงได้แค่ครึ่งเท่านั้น
     
    " เด็กนอก " คำที่ใช้เรียกนักเรียนที่ไม่ได้เรียนที่ไทย(มั้ง อันนี้แปลเอง)
    " เด็กนอก " เป็นเด็กที่มีคุณภาพเวลาไปทำงาน
    ( อันนี้จริงหรือเปล่า ไม่กล้ารับประกัน )
     
    ออนเอ็มทีไรก็ได้ตอบแต่คำถามเดิม ๆ งั้นก็ขอตอบแบบรวม ๆ ละกัน
     
    ตอนนี้อยู่ที่ไหน?
    ที่เยอรมนีครับผม มีอาชีพรับจ้างเรียนครับ จบกลับไปก็ต้องไปช่วงพัฒนาชาติบ้านเมือง
     
    เรียนอะไรอยู่?
    ปีที่แล้วและก็ปีนี้จนถึงสิงหาคม เรียนภาษาครับ ตอนนี้เรียนเตรียมมหาลัย ซึ่งนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศเยอรมนี จำเป็นต้องเรียนเตรียมมหาลัยหนึ่งปี แต่บางที่ ถ้าสามารถสอบผ่านตั้งแต่เทอมแรกก็ถือว่าเก่ง(มาก) แต่บางคนต้องเรียนสามเทอม ไม่ได้แปลว่าโง่นะ แต่มันยากจริง ๆ
     
    แล้วเรียนเป็นยังไง?
    เป็นคำถามที่เสี่ยงต่อการหูแตกได้ เพราะถ้าไม่อยากฟังกัณเทศน์มหาเวชสันดรชาดกแบบข้ามวันข้ามคืน ก็อย่าถามคำถามนี้เด๋วขาด  แต่บอกคราว ๆ ว่ายากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
     
    เคยมีบางคนถามว่าเหงาไหม ?
    ตอบแบบไม่เกรงใจคนถาม " ปลงแล้วอ่ะครับ " เพราะไม่รู้จะเหงาไปเพื่ออะไร เหงาไปก็ไม่มีใครมาอยู่เป็นเพื่อน  เหงาไปก็เท่านั้น เคยเหงาแล้ว เคยเหงาขนาดคิดจะกลับไปเรียนต่อที่ไทยแล้ว แต่ก็ถามตัวเองว่า ถ้าอยากมีเพื่อนมาก ๆ ทำไมไม่เรียนที่ไทยตั้งแต่แรก จะถ่อสังขารมาทำไหมไกลถึงเยอรมัน (ว่าตัวเอง)
     
    หนาวไหม ?
    เป็นคำถามที่โดนใจมาก ๆ ต้องตอบทุกวันที่ออนเอ็ม หนาวไหมเหรอ? แล้วราว ๆ 1 - 2 องศา มันหนาวไหมละครับ
     
    แต่ละวันทำอะไรบ้าง?
    นอน เรียน เล่นเนต
     
    มีเพื่อนสนิทไหม ?
    มีแต่คนไทยนี่แหละ แต่ไม่ได้เรียนเมืองเดียวกัน มีที่ไทย มีคนหนึ่งอยู่เดนมาร์ก อยู่ฝรั่งเศสก็มี สวิสต์ก็มี ญี่ปุ่นก็มี และที่เหลือก็เยอรมนีนี่แหละ ก็คุยกันได้เรื่อย ๆ มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากัน คุยกันทางเอ็ม โทรศัพท์บ้าง แล้วแต่ความปราถนา
     
    เคยท้อไหม ?
    ถามได้ เป็นคนนะคร้าบ
     
    แล้วทำยังไง ?
    ก็คิดซะว่า แค่นี้ยังท้อ แล้วจะไปช่วยเหลือสังคมได้เหรอ
     
    อ่านหนังสือบ่อยแค่ไหน ?
    ขอเปลี่ยนคำถามครับ (ฮ่า ๆ )
     

    อาหารการกินเป็นไง ?
    ถ้าบอกว่ากินข้าวไข่เจียวจะเชื่อไหม ทำต้มยำกุ้งได้อร่อยก็ตอนมาเยอรมันนี้แหละ ที่ทำได้อีกก็มีผัดกระเพรา พะแนงไก่ ยำกุ้ง ซูชิ และอื่น ๆ ที่อยากกิน อะไรที่อยากกินก็หัดทำหมดครับ เพราะไม่มีคนมาทำให้กิน อีกอย่างเมืองที่อยู่ไม่มีร้านอาหารไทย มีก็เป็นร้านปลอม เคยไปสั่งกระเพราไก่ที่ร้านเวียดนามเป็นเจ้าของ ค้นหากระเพราสักใบก็ไม่มี แถมในจานก็ยังกะครีมราดสปาเก็ตตี้อ่ะ เลยมาทำเองดีกว่า อร่อย ได้เยอะด้วย
     
    ตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้ว?
    ความจริงไม่อยากตอบเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จะรู้ไปทำไม แต่จะว่าไป ตอนก่อนจะมาที่นี่ ก็เคยถามคนอื่นเหมือนกัน ก็เอาเป็นว่า เวลาที่เยอรมันตอนนี้ในช่วง Winter time จะห่าง 6 ชั่วโมง เวลาเทียบ ก็นับย้อนหลัง เช่นที่ไทยเที่ยงคืน ที่เยอรมันหกโมงเย็น เวลาอยู่ในโซนเดียวกับฝรั่งเศส สวิส เดนมาร์ก เร็วกว่าอังกฤษชั่วโมงหนึ่ง ส่วนช่วง Summer time จะห่างกันแค่ 5 ชั่วโมง

    คิดถึงเมืองไทยไหม?
    แน่นอนครับ ไม่มีที่ไหนสุขไปกว่าบ้านเรา กลับไปอยากไปนอนอาบแดด เอาให้ดำ ๆ เลย  เพราะอยู่มาหนึ่งปีไม่มีใครมาจีบ เห่อ ๆ เพราะขาว หน้าตาก็ตี๋ ๆ เลยโดนเหมารวบว่าเป็นจีนหรือไม่ก็เวียดนาม อีกไม่กี่วันก็จะกลับไทยแล้ว คงไปอยู่ที่บ้านแหละ ไม่อยากไปเที่ยวไหน เพราะเมืองไทย ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เมืองนอกสิ นาน ๆ มาที
     
    ตอนนี้พูดเยอรมันเก่งยัง ?
    เอาเป็นว่ามีปัญญาไปไปต่อวีซ่า ไปแจ้งย้ายเข้า ไปลงทะเบียน ไปติดต่อธนาคาร และอื่น ๆ อีกมากมายได้ด้วยตัวเองได้ก็แล้วกัน (เหมื่อยมือโคตร ๆ  ฮ่า ๆ) บางทีก็ใช้ภาษาอังกฤษบ้าง แต่ส่วนมากก็ภาษาเยอรมันนี่แหละ ตอนนี้ภาษาไทยเริ่มเพี้ยน เพราะไม่ค่อยได้ใช้ แต่พิมพ์ยังโอเค(มั้ง)  ส่วนภาษาอีสาน (เป็นคนหนองคาย) แม่บอกว่าแปร่ง ๆ บ่แม่นเท่าไหร่ เห่อ ๆ ก็ต้องคอยติดตามต่อไป ตอนนี้ก็เริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศสไปด้วย หัด ๆ ไปทีละเล็กทีละน้อย ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เหมือนเพื่อนที่เรียนที่นั่นหรอก เพราะแค่เยอรมัน ผมก็ไมเกรนแด๊กไปหลายรอบแล้วคร้าบ
     
    วันนี้ก็พอแค่นี้แหละ เพลียแล้ว มีคำถามอะไรก็ถามมาละกันนะครับ
    ชอบคุณที่(อุตส่า)อ่าน
     
    กี
     

    " กลับมาแล้ว "

    15-12-07
     
    เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยหลา เพราะเมื่อวานไปแบกของจากห้างมาตุนในตู้เย็น ซึ่งเป็นปกติของวันศุกร์ที่ต้องไปหาเสบียงอาหารมาตุนเอาไว้ ปกติวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สิ่งที่ยากยิ่งคือการฝืนตัวลุกจากที่นอนในตอนเช้าก่อนเวลา 12.00 นาฬิกา แต่ด้วยวันนี้ตั้งมั่นเอาไว้แล้วว่าจะอัพสเปซซะที ก็เลยจำใจทำตามสัญญาของตัวเอง
     
    เพิ่งล้างเครื่องใหม่ไปเมื่อวันก่อน ต้องลง Windows ใหม่ตั้งห้ารอบ กว่าโน้ตบุคที่รักจะกลับมาเป็นสภาพดังเดิม อันที่จริงมันก็ไม่โดนไวรัสหรอก แต่เพราะพื้นที่ไดร์ซีที่คนขายตั้งมาให้มันน้อยเกินกว่าจะลงโปรแกรมอะไรหลาย ๆ อย่างได้ ก็เลยจำใจสละเวลา(เล่นเนต)อันมีค่าลงโปรแกรมใหม่หมด สาเหตุที่ต้องลงหลายรอบ เพราะบางครั้งไม่ได้แบ่งพาติชั่นของฮาร์ดดิส บางครั้งไดร์เสียงหาย บางครั้งลืมฟอร์แมท ลืมนั่นลืมนี่ กว่าจะมีสภาพสมบูรณ์ก็ปาเข้าไปร่วมหกเจ็ดชั่วโมง
     
    ก็ลง Photoshop CS2 กะโปรแกรม Flash ไป แต่ดันใช้เป็นแค่โฟโต้ช๊อบ แล้วเจือกลงแฟลชมาทำไมก็ไม่รู้ ก็เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยจะหาหนังสือมาอ่านวิธีใช้ละกัน ใช้เป็นแค่อันเดียว สเปซก็สวยงามเหลือหลายแหละ (จริงเปล่าไม่รู้)
     

     
    สัปดาห์ก่อนเพิ่งไปถอยกล้องใหม่มา (เหมือนถอยรถป่ะ?) ราคาประมาณ XXX Euro บอกราคาไม่ได้ แต่ก็ไฮนิด ๆ เพราะมันเป็นกล้องตัวแรกในชีวิตที่ซื้อเอง เลยตัดใจซื้อ อีกอย่างเป็นพวกบ้ากล้องอยู่ด้วย ชอบถ่ายให้คนอื่นมากกว่าจะถ่ายตัวเอง เพราะหน้าตาไม่ดีเลยไม่ชอบถ่าย เห่อ ๆ ยิ่งกล้องดีเท่าไหร่ยิ่งไม่ชอบ เพราะมันเห็นชัดเกินไป ถ้าเป็นกล้องจากมือถือ ความละเอียดน้อย ๆ จะชอบ เพราะมันหลอกตาคนได้ดีนักแล เห่อ ๆ
     
    เพิ่งรู้ว่าไอ้กล้องที่มันเป็นเลนส์ ๆ  มันดูแลรักษายากกว่ากล้องดิจิตอลธรรมดาหลายเท่าตัว ต้องระวังนั่นระวังนี้ แถมอุปกรณ์เสริมก็แพงจริง ๆ ไม่เกิดมาเป็นลูกคนรวยซะให้มันรู้แล้วรู้รอด จะซื้อแล้วเอาไปขว้างทิ้งประชดราคา  ในฐานะที่อยากแพงดีนัก 
     
    ตอนนี้ก็หัดถ่ายตลอด  ภาพที่ได้ 90% คือ ห่วย นอกนันก็จัดว่าใช้ได้ ก็ถ่ายไปเรื่อย ๆ ถ่ายนั่นถ่ายนี่ ถ่ายไปทั่ว ฝรั่งก็งงว่าเราถ่ายอะไร เพราะไปยืนถ่ายตึกเก่า ๆ ที่มันกำลังจะพังไม่วันใดก็วันหนึ่ง หรือไม่ก็ก้อนหินตามทางเดิน เห่อ ๆ ก็มือใหม่ ถ่ายดะแหละ ช่างภาพเก่ง ๆ เขาก็เริ่มจากอะไรง่าย ๆ นี่แหละ
     
    แล้วตกลงเราเรียนอะไรหว่า....? งง
     

     
     
       
     
    อีกไม่กี่วัน วันหยุดคริสต์มาสก็จะมาถึงแล้ว (แอบดีใจ) จะได้หยุดพักผ่อนจากอะไรเครียด ๆ สักระยะ แต่ปีนี้คงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเหมือนปีที่แล้ว ปีนี้ก็คงอยู่บ้าน (ห้องนอนผมนั่นแหละที่เรียกว่าบ้าน) มันคงเหงาน่าดู (อันที่จริงไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ เพราะอยู่คนเดียวจนชิน) ก็แอบอิจฉาเพื่อนนิด ๆที่บางคนจะไปปารีส บางคนจะไปเวียนนา บางคนก็จะไปอิตาลี ก็ไปเถอะ ๆ ผมไม่พิศวาทเท่าไหร่หรอก เพราะอีกไม่กี่วันผมก็จะไปลั่นล้าที่ไทยแลนด์ ตอนนั้นก็ค่อยมาอิจฉาผมละกัน
     
    คริสต์มาสเปรียบเหมือนวันครอบครัวของคนที่นี่ เพราะจะมีการรวมญาติในวันที่ 25 ก็มีการสังสรรค์ในหมู่ญาติ เด็ก ๆ ก็จะได้ของขวัญไปคนละชิ้นสองชิ้น แล้วแต่ว่าจะได้จากใคร ส่วนผม ปีที่แล้วก็ได้เสื้อหนึ่งตัว ผ้าพันคอ มือถือแบบเติมตังค์ แล้วก็ชอคโคแลตมากมาย เพราะว่าปีที่แล้วไปงานคริสต์มาสที่บ้านเพื่อนคนเยอรมัน เป็นคริสต์มาสครั้งแรกของชีวิตในต่างแดนที่รู้สึกอบอุ่น เขาดูแลดีมาก มากซะจนเหมือนคุณชาย พาไปทานข้าวนอกบ้าน ไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ เหมือนเป็นลูกเขาเลย แต่ปีนี้คงไม่ได้ไป ก็เสียดายนิด ๆ ไม่อยากไปรบกวนเขาหลายครั้ง